โรงหล่อพระพุทธรูปพรหมวิจิตร

  
  ตะกร้าสินค้า (0)       

ประวัติพระพุทธรูปปางมารวิชัย

6 กันยายน 2560

     เมื่อพระมหาบุรุษจะได้ตรัสรู้นั้น ก่อนที่จะประทับนั่งบนบัลลังก์หญ้าคา ที่โสตถิยะพราหมณ์ถวาย ใต้ต้นมหาโพธิ์นั้น พระองค์ได้ทรงตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าตราบใดที่ยังไม่บรรลุสิ่งที่พึงบรรลุได้ ความพยายามของบุรุษด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ แม้เลือดและเนื้อจะเหือดแห้งไป เหลือแต่หนังและกระดูกตามที เราจะไม่ลุกขึ้นจากอาสนะนี้” 

     จากนั้นจึงได้ประทับนั่ง และทรงเริ่มบำเพ็ญเพียรทางจิต ขณะนั้นเป็นเวลาพระอาทิตย์ตกดิน พญามารที่ชื่อ “วัสวดี” ที่คอยขัดขวางการทำความดีของพระโพธิสัตว์ตลอดมา เมื่อทราบพระดำริปณิธานอันแน่วแน่ของพระองค์ ก็เกิดหวั่นเกรงว่า หากปล่อยให้บรรลุความสำเร็จตามปณิธานแล้ว พระองค์ก็จะพ้นจากอำนาจของตนไป จึงได้ประทับบนหลังช้างคีรีเมฃล์สูง ๑๕๐ โยชน์ และระดมพลเหล่าเสนามารทั้งหลายมามืดฟ้ามัวดิน เพื่อขับไล่ ด้วยวิธีที่น่ากลัวต่างๆ เช่น บันดาลให้พายุพัดรุนแรง บันดาลให้ฝนตกหนัก บันดาลให้เป็นอาวุธต่างๆ ระดับยิงให้ตกต้องพระองค์แต่ว่าพระองค์ได้ทรงระลึกถึงความดีที่ได้บำเพ็ญมา เรียกว่า พระบารมี ๑๐ ประการ จึงมีพระทัยมั่นคงไม่หวาดกลัวต่ออำนาจมาร ที่มาแสดงด้วยวิธีการต่างๆ และยิ่งกว่านั้น กลับกลายเป็นบุบผามาลัยบูชาพระองค์จนสิ้น 

     พญามารวัสวดีจึงตรัสกะพระมหาบุรุษด้วยสันดานพาลว่าสิทธัตถะกุมาร บัลลังก์แก้วนี้เป็นของเรา เกิดเพื่อบุญเรา ท่านเป็นคนไม่มีบุญ ไม่ควรจะนั่ง จงลุกไปเสียโดยเร็ว

      พระมหาบุรุษก็ตรัสตอบว่า “ดูกรพญามาร บัลลังก์แก้วนี้เกิดขึ้นด้วยบุญของอาตมะ ที่ได้บำเพ็ญมาแต่อสังเขยยกัปป์จะนับจะประมาณมิได้ ดังนั้นอาตมะผู้เดียวเท่านั้นสมควรจะนั่ง ผู้อื่นไม่สมควรเลย”

      พญามารวัสวดีทรงโต้แย้งว่า “ที่พระมหาบุรุษรับสั่งมานั้นไม่เป็นความจริง ให้พระองค์หาพยานมายืนยันว่า พระองค์ได้บำเพ็ญกุศลมาจริง ให้ประจักษ์เป็นสักขีพยานในที่นี้”

      เมื่อพระมหาบุรุษไม่เห็นผู้อื่นใด ใครจะกล้ามาเป็นพยานในที่นั้นได้ จึงตรัสเรียกนางวสุนธราเจ้าแห่งธรณีว่า “ดูกร วสุนธรา นางจงมาเป็นพยาน ในการบำเพ็ญกุศลของอาตมะในกาลบัดนี้ด้วยเถิด”

      ลำดับนั้น นางวสุนธรา เจ้าแม่ธรณีก็ปรากฏกายทำอัญชลีถวายอภิวาทแล้วเปล่งวาจาประกาศให้พญามารทราบว่า พระมหาบุรุษได้บำเพ็ญบุญกุศลมามากมายเหลือที่จะนับ แม้แต่เพียงน้ำกรวดที่ข้าพเจ้าเอามวยผมรองรับไว้บนเศียรเกล้า ก็มีมากพอจะถือเอาเป็นหลักฐานได้ นางวสุนธรากล่าวแล้ว ก็บรรจงหัตถ์อันงามปล่อยมวยผม บีบน้ำกรวดที่สะสมไว้ แต่เอนกชาติ ให้ไหลออกมาเป็นทะเลหลวง ท่วมทับเสนามารทั้งปวงให้จมลงวอดวาย กำลังน้ำได้ซัดช้างคีรีเมขล์ ให้ถอยร่นลงไปติดขอบจักรวาล

      ครั้งนั้น พญามารตกตะลึงเห็นเป็นอัศจรรย์ ด้วยมิเคยเห็นมาแต่กาลก่อนก็ประนมหัตถ์ถวายมนัสการ ยอมปราชัยพ่ายแพ้บุญบารมีของพระมหาบุรุษแล้วก็อันตรธานหนีไป ให้พระมหาบุรุษทรงมารวิชัย กำจัดมารให้พ่ายแพ้ได้เด็ดขาด ตั้งแต่เวลาเย็นพระอาทิตย์ยังมิทันอัสดงคต ด้วยพระไตรทศบารมี.

Bookmark and Share
 
Online:  15
Visits:  143,749
Today:  116
PageView/Month:  1,951