โรงหล่อพระพุทธรูปพรหมวิจิตร

  
  ตะกร้าสินค้า (0)       

ประวัติช้างเอราวัณ

7 ธันวาคม 2560

     ในภาษาสันสกฤต เรียก ช้างเอราวัณ ว่า ไอราวต ไอราวณ ภาษาบาลีเรียก เอราวณ ส่วนในภาษาไทยเรียกว่า ไอราพต ไอราวัต ไอราวัณ และ เอราวัณ ชื่อต่าง ๆ ทั้งหมดนี้มีความหมายถึง น้ำ เมฆฝน รุ้ง แปลรวมว่า กลุ่มก้อนเมฆที่มีฟ้าแลบ และทำให้เกิดฝนตก โดยมีความสอดคล้องที่ว่า พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณท่องเที่ยวไปบนสวรรค์แล้วทรงโปรยฝนให้ตกลงมายังโลก      บางตำนานก็ว่า พระอิศวรได้ประทานช้างเอราวัณให้เป็นช้างทรงของพระอินทร์ บ้างก็ว่าช้างเอราวัณนั้นเป็นเทพบุตร อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อพระอินทร์จะเสด็จไปที่ใด เทพบุตรเอราวัณจะแปลงกายเป็นช้างเผือกสีขาว ชื่อว่า เอราวัณ และบ้างก็ว่าช้างที่มาฆมานพใช้ในการสร้างศาลาบนมนุษย์โลกนั้น เมื่อตายไปได้ไปเกิดเป็นเทพบุตรเอราวัณและคอยเนรมิตกายเป็นช้างทรงของพระ อินทร์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์      เอราวัณ เป็นช้างที่มีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนภูเขา ผิวกายเผือกผ่องเมื่อเทียบกับภูเขาไกลาสซึ่งเป็นภูเขาเงิน ภูเขานั้นจะมีสีหมองคล้ำลง เป็นช้างที่มีพลังมาก เป็น ...

ประวัติพระพุทธรูปปางมารวิชัย

6 กันยายน 2560

     เมื่อพระมหาบุรุษจะได้ตรัสรู้นั้น ก่อนที่จะประทับนั่งบนบัลลังก์หญ้าคา ที่โสตถิยะพราหมณ์ถวาย ใต้ต้นมหาโพธิ์นั้น พระองค์ได้ทรงตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่า “ตราบใดที่ยังไม่บรรลุสิ่งที่พึงบรรลุได้ ความพยายามของบุรุษด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ แม้เลือดและเนื้อจะเหือดแห้งไป เหลือแต่หนังและกระดูกตามที เราจะไม่ลุกขึ้นจากอาสนะนี้”       จากนั้นจึงได้ประทับนั่ง และทรงเริ่มบำเพ็ญเพียรทางจิต ขณะนั้นเป็นเวลาพระอาทิตย์ตกดิน พญามารที่ชื่อ “วัสวดี” ที่คอยขัดขวางการทำความดีของพระโพธิสัตว์ตลอดมา เมื่อทราบพระดำริปณิธานอันแน่วแน่ของพระองค์ ก็เกิดหวั่นเกรงว่า หากปล่อยให้บรรลุความสำเร็จตามปณิธานแล้ว พระองค์ก็จะพ้นจากอำนาจของตนไป จึงได้ประทับบนหลังช้างคีรีเมฃล์สูง ๑๕๐ โยชน์ และระดมพลเหล่าเสนามารทั้งหลายมามืดฟ้ามัวดิน เพื่อขับไล่ ด้วยวิธีที่น่ากลัวต่างๆ เช่น บันดาลให้พายุพัดรุนแรง บันดาลให้ฝนตกหนัก บันดาลให้เป็นอาวุธต่างๆ ระดับยิงให้ตกต้องพระองค์แต่ว่าพระองค์ได้ทรงระลึกถึงความดีที่ได้บำเพ็ญมา เรียกว่า พระบารมี ๑๐ ประการ จึงมีพระทัยมั่นคงไม่หวาดกลัวต่ออำน ...

ประวัติพระนาคปรก

28 สิงหาคม 2560

      เมื่อครั้งพระพุทธเจ้า เสด็จไปประทับนั่งเสวยวิมุตติสุข(การพบสุขที่เกิดเพราะความหลุดพ้น จากกิเลส)ที่สระมุจลินท์ ใต้ร่มไม้จิก ที่มีชื่อว่า มุจลินท์ ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศอาคเนย์(ทิศตะวันออกเฉียงใต้) ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ เกิดฝนตกพรำไม่ขาดสายตลอด ๗ วัน พญานาคมุจลินท์ ผู้เป็นราชาแห่งนาค ได้ออกจากดินแดนนาค ทำขนดล้อมพระวรกายพระพุทธเจ้า ๗ ชั้น แล้วแผ่พังพานใหญ่ปกคลุมเบื้องบน เหมือนกั้นเศวตฉัตรถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยความประสงค์ไม่ให้ฝนและลมหนาวสาดต้องพระวรกาย เมื่อฝนหายแล้ว พญามุจลินท์นาคราชจึงคลายขนดจากที่ล้อมพระวรกายพระพุทธเจ้า จำแลงเป็นชายหนุ่ม ยืนถวายนมัสการพระพุทธองค์ที่หน้าพระพักตร์ จากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงเปล่งอุทานว่า "สุโข วิเวโก ตุฏฺฐัสสะ สุตะธัมมัสสะ ปัสสะโต อัพยาปัชชัง สุขัง โลเก ปาณะภูเตสู สัญญะโม สุขา วิราคะตา โลเก กามานัง สะมะติกฺกะโม อัสมิมานัสสะ วินะโย เอตัง เว ปะระมัง สุขัง ฯ" ความว่า "ความสงัดเป็นสุขสำหรับบุคคลผู้มีธรรมอันได้สดับแล้ว ทำให้รู้เห็นสังขารทั้งปวงตามเป็นจริง ความเป็นคนไม่เบียดเบียน คือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย และความเป็นคนปราศจากค ...

 
Online:  14
Visits:  143,757
Today:  124
PageView/Month:  1,959